3 ประโยคสั้นๆจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์โต

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต

3 ประโยคสั้นๆจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์โต

ถ้าพูดถึง ศ า ส ต ร์ มื ดอย่างหนึ่งที่น่ากลัวก็เห็นจะเป็น คุ ณ ไ ส ย ที่ใน ไ ท ย เราเองผู้คนบางกลุ่มก็ยังนิยมทำกันเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ตนเองนั้นสมหวังดั่งที่ต้องการ อย่างเรื่องความรักหากใครที่ต้องการอยากให้ใครสักคนรักเรา อยู่กับการเชื่อว่าการทำ คุ ณ ไ ส ย นั้นจะช่วยได้ แม้ว่าส่วนมากจะได้มาแค่ตัวก็ตาม แต่สภาพจิตใจถูกควบคุมโดย คุ ณ ไ ส ย แต่มันก็มีสิ่งที่ คุ ณ ไ ส ย กลัวและพ่ายแพ้ไปเหมือนกันนะจะมีอยู่ 3 ประโยคสั้น ๆ จะเป็นอะไรก็ลองมาอ่านเรื่องราวนี้กัน ซึ่งจะขอเอาถ้อยคำของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต มาให้อ่านกัน ตามด้านล่างนี้เลย

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต

อาตมาได้เห็นอานิสงส์ในเรื่องของการสวดมนต์ภาวนา ด้วยตัวของอาตมา ซึ่งในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปีนั้น โดยอาศัยเขตดงพญาไฟ เป็นเคสใกล้ ช า ย แ ด นของ เ ข ม ร ในสมัยนั้นเดิมทีเป็นไปด้วยสิงสาราสัตว์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีภูติผีวิญญาณ ตลอดจนชาวบ้านที่มี ค า ถ า เ ว ท ม น ต ร์ และเล่น คุ ณไ ส ย กันมากมายในบริเวณอาณาเขตแดนสยาม อาตมาได้ธุดงค์เพียงแต่ลำพัง ซึ่งในช่วงนั้นอาตมาไม่ได้ศึกษาพระเวทย์มนต์คาถาอาคมแต่อย่างใด นอกจากคำว่า

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าขอยึดมั่น พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใดก็จะกล่าวเพียงคำนี้ ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน ช า ย แ ด นแห่งประเทศสยาม ในดงพญาไฟขณะนั้น ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี และ ณ ที่แห่งนั้น

อาตมาจึงได้พบ คุ ณ วิ เ ศ ษ แห่งการสวดมนต์ มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้วชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายผล นายผล ได้เล่าให้อาตมาฟังว่า เขาเป็นผู้ฝึก เ ว ท ม น ต ร์ค า ถ า อ า ค ม เล่าเรียน จนมีญาณแก่กล้า และมักจะทดสอบแก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณนี้เป็นประจำ

เขาเล่าให้อาตมาฟังว่าเขาได้ส่งอำนาจ คุ ณ ไ ส ย เข้ามาทำ ร้ า ย อาตมาทุกคืน แต่ไม่ได้หวังทำ ร้ า ย เป็น บ า ป เป็น ก ร ร ม ถึงสิ้นไป เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น จะมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถ ที่จะ ต่ อ สู้ กับ คุ ณ ไ ส ย เขาได้หรือไม่ นายผลก็ได้ทำ คุ ณ ไ ส ย ใส่อาตมาถึง 7 วัน เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อย ค ว า ย ธ นู หรือปล่อย ห นั ง ค ว า ย ปล่อย ต ะ ข า บ ตลอดจน ภู ติ พ ร า ย เข้ามาทำ ร้ า ย อาตมา แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำ ร้ า ย อาตมาได้เลย

วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับ อ า ต มา อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทมนตร์คาถา หรือ คุ ณ ไ ส ย ใด นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจ คุ ณ ไ ส ย ดำ ที่เขาส่งมา จึงกลับมายังเขา ซึ่งเป็นผู้กระทำ ไม่สามารถทำอะไรอาตมาได้อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง ๆ ทำให้นายผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา จึงไม่ได้รับ ภั ย อั น ต ร า ยจากอำนาจเวทมนตร์ คุ ณ ไ ส ย ดำที่เขาส่งมาทำ ร้ า ย ได้ อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพ สั ต ว์ ทั้งหลาย จงอย่าได้มีความ ทุ ก ข์ กาย ทุ ก ข์ ใจเลยอย่าได้มีเ ว ร แก่กันและกันเลย อย่าได้ เ บี ย ด เ บี ย น ซึ่งกันและกันเลย และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ นายผล เมื่อได้ฟังดังนั้น จึงได้บอกแก่อาตมาว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ ก่อนที่ท่านจะจำวัดจงหยุดการสวดมนต์สัก 1 คืนได้หรือไม่

ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่าการสวดมนตร์ของท่านเช่นนี้ จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่านหรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนตร์คาถา ใน ภู ต ผี ปิ ศ า จ ของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า จะไม่ทำอัตรายแก่ท่านอาจารย์อย่างเด็ดขาด เพียงแต่ต้องการที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์ นายผลจึงได้ลากลับไป ครั้นถึงเวลาพลบค่ำอาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนตร์ ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ เมื่ออาตมานอนหลับไป

อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียงกุกกัก กุกกัก ดังขึ้นมา จึงได้จุดเที่ยนและพบตะขาบใหญ่ ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัว ของอาตมามาก อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึ่งกล่าวคำสวดมนต์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติในวันรุ่งขึ้น นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้า ได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักพำนักอยู่ อาตมาบอกว่าอาตมาได้ตื่นมาและตกใจ จึงได้สวดมนต์ภาวนา ตะขาบตัวนั้น ก็อันตรธานหายไป นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น แล้วกล่าวว่า

บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า อำนาจเวทมนตร์คาถา และ คุ ณ ไ ส ย ใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำอะไรท่านได้ ก็เพราะอำนาจแก่การสวดมนตร์ภาวนาของท่าน เป็นเกราะคุ้มครอง ภั ย อั น ต ร า ย ต่างๆ ได้ ที่อาตมา (สมเด็จโต) ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนตร์ว่า เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนตร์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้ เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้ ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจ คุ ณ ไ ส ย ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน ท่านเจ้าพระยา และ อุบาสก อุบาสิกา ในที่นั้น เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้ว ต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า อานิสงส์ของการสวดมนตร์มีคุณค่าสูงส่งยิ่งนัก

บางสิ่งบางอย่างที่เรามิอาจจะมองเห็นด้วยตา มิอาจจะสัมผัสได้ด้วยกายเนื้อก็ไม่ได้แปลว่าอำนาจของสิ่งที่เราไม่รู้จักนั้นไม่มีอยู่จริง ทุกวันนี้ไม่มีมนุษย์คนไหนที่รู้จักโลกทั้งใบ เข้าใจทุกสรรพสิ่งอยู่แล้วเพียงแต่อย่าใช้ชีวิตเพื่อการเบียดเบียนผู้ใดนั่นก็ดียิ่งแล้ว ในส่วนของศาสตร์ คุ ณ ไ ส ย หากกลัวจะโดนก็ป้องกันได้ แต่อย่าคิดที่จะเข้าหาศาสตร์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเลย มันมิใช่แค่จ อั น ต ร าย ต่อผู้ที่โดยแต่จะ อั น ต ร า ย ต่อผู้ที่ทำด้วยเช่นกันนะ มันก็เหมือน ก ร ร ม นั่นแหละ ใครทำอะไรไว้ผล ก ร ร ม ก็ย่อมที่จะตามทันเสมอจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คำคม ข้อคิด ชีวิต ธรรมะ

แสดงความคิดเห็น