เขียนไว้ดีมาก นิทานสั้นๆ 3 เรื่อง บอกนิสัยคน

2703
บอกนิสัยคน

เขียนไว้ดีมาก นิทานสั้นๆ 3 เรื่อง บอกนิสัยคน

สำหรับนิสัยของเรานั้นแตกต่างกันออกไป ใ จ ค นนี่นยากแท้จะหยั่งถึงจริง ๆ วันนี้มีนิทานสั้นๆ 3 เรื่อง บอกนิสัยคน พร้อมกับให้ข้อคิดกัน อยากให้ทุกคนสละเวลาสักนิดมาอ่านเผื่อจะได้อะไรจากตรงนี้บ้าง และหากชอบเรื่องแบบนี้อย่าลืมแบ่งปันเพื่อนๆคนอื่นให้เข้ามาอ่านด้วยนะ เอาล่ะมาดูกันเลย

1 สมหวังไม่ชอบกินไข่

สมหวังไม่ชอบไข่เลยให้สมนึกกิน ตอนแรกสมนึกก็รู้สึกขอบคุณสมหวังเหมือนกัน แต่พอได้รับบ่อย ๆ เข้าก็เกิดความเคยชิน พอชินก็เหมือนกับว่าสมหวังมีหน้าที่ให้ไข่กับสสมนึก มาวันหนึ่งสมหวังเอาไข่ไปให้กับสมชาย สมนึกก็ไม่พอใจโดยลืมนึกไปว่า ไข่ใบนั้นเป็นของสมหวังซึ่งเขามีสิทธิ์ที่จะให้ใครก็ได้ สมนึกก็ทะเลาะกับสมหวังเพราะเรื่องนี้แล้วเลิกคบกันกัน แล้วคุณเป็นแบบสมนึกอยู่หรือเปล่า

2 ฤดูร้อนที่อากาศร้อนมาก

มีหลายคนไปเดินเล่นกันถึงแม่น้ำแล้วก็เอาขาไปแช่น้ำเย็นๆ ปรากฏว่า รองเท้าของสมศรีลอยตามน้ำไป ในระหว่างที่เดินทางกลับพื้นถนนมันร้อนมากและเดินกลับไกลมาก สมศรีเลยขอให้เพื่อนช่วยแต่ว่าทุกคนก็มีรองเท้าเพียง 1 คู่เท่านั้น

สมศรีเลยไม่พอใจเพื่อน เพราะว่าเธอมักจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนตลอด แล้วก็ทำเป็นงอน พองอนก็จะมีเพื่อนเข้ามาช่วย แต่ว่ากับครั้งนี้มันไม่ได้เธอเลยคิดว่าเพื่อนของเธอใช้ไม่ได้ ไม่ยอมช่วย แล้วก็มีสมปองเอารองเท้าตัวเองให้สมศรีใส่ แล้วเขาก็ยอมทนร้อนและเดินต่อ

พอได้รองเท้ามาสมศรีก็ขอบคุณสมปอง แล้วสมปองก็บอกไปว่า “เธอต้องจำไว้ว่าไม่มีใคร มีหน้าที่ต้องช่วยเธอ ที่ช่วยเธอเพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่ช่วยก็ไม่ได้ผิด” พอสมศรีได้ยินแบบนั้นจำคำพูดของสมปองแล้วก็คอยช่วยเหลือเพื่อน ๆ ตลอด

หลายครั้งไหมที่เรามักจะหวังความช่วยเหลือจากคนอื่น ซึ่งก็จะขอบคุณและซาบซึ้งในตอนแรก แต่พอบ่อยเข้าก็ดันเคยชิน คิดว่าจะได้รับการปฏิบัติแบบนั้นตลอด พอวันหนึ่งไม่ได้รับแบบเดิมก็ดันจะไปโ ก ร ธเขา โ ม โ ห เขา ไม่เอาไหนเลยนะคนแบบนี้ โดยลืมไปว่า มันไม่ใช่ของตนเองตั้งแต่แรก มันไม่ใช่หน้าที่ใครจะต้องคอยปฏิบัติต่อใคร หากใครทำดีกับเราก็อย่าชินและจงสำนึกและขอบคุณเขาทุกครั้งเดียว อย่าปล่อยให้ความเคยชินทำให้คุณต้องหลงตัวเองคิดว่าจะมีคนมาคอยช่วยทุกเรื่อง

3 แ พ ะ ตัวหนึ่งกับ ห ม า ป่ า

มี แ พ ะ ตัวหนึ่งได้เจอกับห ม า ป่ า แล้วมันจะกิน แ พ ะ แ พ ะ เลยสู้กับห ม า ป่  าแล้วตะโกนขอให้เพื่อนช่วย โดย วั ว มองมาเห็น ห ม า ป่ า ก็วิ่งหนีไป ม้ า มองเห็นก็หนีไป ล า ก็หนีไปเงียบ ๆ ห มู ผ่านมาเห็นก็หายไป ก ร ะ ต่ า ย ได้ยินก็รีบวิ่งหนี แ ซ งตัวอื่นเลย พอห ม ามาเห็น ห ม าก็เข้ามาสู้กับห ม าป่ า ห ม าป่ าเห็นมี ห ม ามาช่วยเลยวิ่งหนีไปทำให้แ พ ะ ร อ ด

พอกลับมาถึงบ้าน แ พ ะ เล่าเหตุการณ์ วั ว ก็บอกว่า ทำไมไม่บอกข้าจะใช้เขา แ ท ง ท้ อ ง มันเลย ม้ าก็บอกว่าทำไมไม่บอกข้าจะใช้เกือกก ร ะ ทื บ มั น ล าก็พูดว่าทำไมไม่บอก ข้ าจะร้องดัง ๆ ให้ห ม า ป่ าตกใจ ห มูพูดว่าทำไมไม่บอกข้าจะใช้ ป า ก พึ่งช น มั น ให้ตกเขา ก ร ะ ต่ า ย พูดว่าทำไมไม่บอกข้าวิ่งเร็ว ข้าจะไปส่งข่าวขอความช่วยเหลือ ในกลุ่มเ พื่ อ น สั ต ว์ เหล่านั้นมีเพียง ห ม า ตัวเดียวที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไร

เรื่องบอกทำให้เรารู้ว่า มิตรภาพที่แท้จริงนั้นมันวัดกันแค่เพียงคำพูดไม่ได้หรอก มันอยู่ที่ยามคับขันใครช่วยใครมากกว่ากัน ในยามลำบากมีใครบ้างที่อยู่ข้างคุณจริง ๆ จงรั ก ษ า เพื่อนแบบนั้นไว้จะดีกว่า แม้ว่าบางครั้งจะดูเหมือนห่างไกล แต่ใส่ใจตลอดเวลา แม้ในยามคุณมีความสุขเขาอาจจะไม่มาแต่ยามคุณเป็น ทุ ก ข์ เขาคอยช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ นั่นคือเพื่อนแท้

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับนิทาน 3 เรื่องนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และเตือนสติใครหลาย ๆ คน หากคุณต้องการที่จะมีมิตรภาพแท้คุณเองก็ต้องมอบความจริงใจให้กับทุกคนก่อน แต่ไม่ใช่ว่าจะฝืนตัวเองนะ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องทำดีกับทุกคน เราควรจะแคร์คนที่ควร แ ค ร์ จริง ๆ นะ เพราะเราเอาใจคนทั้งโลกไม่ได้แบบนั้นก็ไม่มีความสุขกันพอดี

เรียบเรียงเพิ่มเติมโดย naykhaotom

แสดงความคิดเห็น