5 วิธี สังเกตคนรักมีใจเป็นอื่น

5วิธีสังเกตคนรักมีใจเป็นอื่น

5 วิธี สังเกตคนรักมีใจให้คนอื่น

มีวิธีจะแนะนำวิธีให้สาวๆ ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับพฤติก ร ร มอันน่าสงสัยของผู้ชายในเวลาที่เขากำลังอาจนอกใจเรา

ตามไปดูกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียใจ โดนเทกลางทางนะจ๊ะ

1. มีข้ออ้างส ารพัดในการเจอคุณ

แต่ก่อนมีเวลาให้คุณแทบจะทุกวัน หรือถึงจะติดงานยุ่งแค่ไหน

เขาก็จะสรรหาเวลามาเจอคุณให้ได้

แต่เดี๋ยวนี้เขากลับมีข้ออ้างส ารพัดมาบอกกับคุณ เช่น

‘วันนี้ผมมีนัดกับลูกค้า’, ‘เย็นนี้ผมติดงานด่วนแล้วยังต้องมีประชุมต่ออีก’

หรือ ‘วันนี้ผมต้องไปทานข้าวกับครอบครัว คงไปเจอคุณไม่ได้’

ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาบอกคุณแทบทุกวัน

จะเจอตัวเขาในหนึ่งสัปดาห์นั้นย ากแสนย าก หาเวลาเจอเขาไม่ได้ง่ายๆ …

ข้อนี้คุณควรต้องระวังให้ดีเลยล่ะ สังเกตพฤติก ร ร มของแฟนคุณดู

เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเขาจะค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากคุณ

และส ารพัดข้ออ้างนี้แหละ จะทำให้เกิดพื้นที่ว่าง/ระยะห่างของคุณกับเขา

ดีไม่ดีมันอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อไปหาสาวคนอื่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว

หากคุณไม่ต้องการให้เรื่องรักดราม่า และไม่เชื่อใจเขาไปมากกว่านี้

ทางที่ดีเคลียร์ๆ กันไปเลยดีกว่า ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่

 

เพราะเพียงแค่เหตุผลเรื่องงานที่ทำให้เขากลับดึกบ่อยๆ, ไม่ได้เจอกันเลย

แม้แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น อาจไม่เพียงพอและมันดูจะฟังไม่ขึ้นเท่าไร

แถมเหตุผลมันยังซ้ำซาก-จำเจเกินไปรึเปล่า ใครจะไปมีงานดึกดื่นได้ทุกวันล่ะ … จริงไหม

2. แอบเล่นโทรศัพท์/อุปกรณ์สื่อส ารอื่นๆ

ไม่ผิดหรอกนะหากคุณหรือเขาต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง

แต่อะไรที่มันส่วนตัวมากไปจนคล้ายเป็นความลับ ก็ดูเหมือนมันจะมากเกินไปหน่อย

โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคุณ แต่เขาดันไม่แตะโทรศัพท์ของเขาเลย

หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ต่อหน้าคุณเพราะกลัวว่าคุณจะถามโน่น ถามนี่

ไม่อยู่ห่างจากโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่ให้คุณแตะต้องโทรศัพท์เขาอีก

(หากคุณหยิบโทรศัพท์เขาขึ้นมา แต่เขาแสดงท่าทีตกใจ และรีบคว้ามันกลับ)

อันนี้คุณก็ควรต้องระวังไว้ให้ดีแล้วล่ะ ว่าเขาอาจมีความลับอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า

เพราะหนุ่มๆ ที่บริสุทธิ์ใจที่ไหน เขาจะทำแบบนั้นกันล่ะ … อะไรมันจะเป็นความลับขนาดนั้น

หรือแม้แต่เขาแอบใช้โทรศัพท์ตอนที่คุณไม่อยู่

หรือคุณอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเขาพอสมควร

ไม่ว่าจะส่งข้อความก็ดี หรือโทร.คุยสายกับคนอื่นอยู่ก็ดี หากเป็นครั้งเดียวก็คงจะไม่เป็นอะไร

แต่ถ้าเขาทำเกินมากกว่าสองครั้ง คุณก็ควรสังเกตความผิดปกติได้แล้วนะ

แต่ทว่าในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าเขาเงียบนิ่งผิดปกติ-แสดงท่าทีไม่สนใจ/ละเลย

เมื่อได้รับข้อความ หรือสายเรียกเข้า ตอนอยู่กับคุณ …

นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่า สาวๆ คนอื่นอาจกริ๊งกร๊างโทร.มาหาเขาก็เป็นได้

แค่เขาปล่อยเลยไป ไม่ให้คุณระแวงสงสัย

3. หันมาแต่งตัวตัวดีขึ้นเป็นพิเศษ

จากที่เขาเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว แต่อยู่ๆ ดันลุกขึ้นมาแต่งตัว หันมาดูแล (หุ่น) ตัวเอง

แลดูดีขึ้นผิดหูผิดตา แบบนี้มันต้องมีแรงจูงใจอะไรบางอย่ างแน่ ก็ร้อยวันพันปีอยู่กับคุณ

ไม่เห็นว่าเขาจะหันมาจริงจัง-ใส่ใจกับการแต่งตัวขนาดนี้เลยนี่นา

ตัวอย่าง เสื้อเชิ้ตที่ปกติไม่เคยใส่ ก็เปลี่ยนมาใส่, น้ำหอมที่ไม่เคยฉีดก็ดันเปลี่ยนมาฉีดซะนี่

อีกทั้งยังหันมาเซตผมซะหล่อเฟี้ยว เข้ายิมเกือบทุกวันเพื่อเฟิร์มหุ่นให้ดูดี ทั้งที่จริงๆ

แล้วเขาออกจะไม่ชอบเข้ายิมซะด้วยซ้ำ

คุณว่ามันแปลกๆ ไหมล่ะที่เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบไม่มีเหตุผล … ส่อแววมีพิรุธขนาดนี้

สงสัยคุณต้องคอยหมั่นเช็กถามเขาดูหน่อยแล้วล่ะ เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังสร้างความสนใจ/ความประทับใจ

หรือเริ่มสานสัมพันธ์กับสาวคนอื่นอยู่ก็ได้

 

4. บิลค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

การเงินก็เป็นตัวบ่งบอกความเปลี่ยนไปของเขาเช่นกัน ถ้าอยู่ๆ บิลค่าใช้จ่าย ค่าบัตรเครดิต

หรือใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆของเขามีมากขึ้นแบบไม่สามารถอธิบายได้ คุณก็เริ่มตั้งข้อสงสัยได้เลยว่า

เขานำเงินไปทำอะไรมากมาย…ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารต่อมื้อที่แพงหูฉี่ ค่าของขวัญ

หรือของเล็กๆ น้อยๆ ก็คุณไม่ได้ไปทานอาหารด้วยกันกับเขานี่นา

แถมของต่างๆ ที่เขาซื้อ คุณก็ไม่ได้รับจากเขาอีกด้วย แล้วแบบนี้เขาเอาเงินไปเลี้ยงใคร

ซื้อของขวัญให้ตั้งเยอะแยะกันล่ะ

ซึ่งเรื่องพวกนี้แหละเขาจะหลบซ่อนจากสายตาคุณได้เก่งนัก

หากเขาไปกับสาวคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ ใบเสร็จและค่าบัตรเครดิตพวกนี้ล่ะ

จะเป็นหลักฐานมัดตัวเขาได้อย่ างดี ว่าเขาไปทำอะไรมาบ้างเมื่อคุณไม่อยู่

เพราะใช่ว่าอยู่ๆจำนวนเงินค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเองได้ซะเมื่อไรล่ะ

และเขาจะใช้จ่ายสิ่งต่างๆ ไปโดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็น …

สอดส่องสายตาสำรวจใบเสร็จต่างๆ หรือค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตรอบเดือนของเขาให้ดี

ไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง, ใต้โต๊ะ

หรือแม้กระทั่งในตู้เสื้อผ้า ที่เขาพับเก็บไว้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เพราะนั่นเขาอาจกำลังเก็บซ่อนมันให้พ้นจากสายตาคุณอยู่

5. เขาเซฟตัวเองเสมอๆ และรู้จักการตั้งรับเป็นอย่ างดี

แน่ล่ะหากเขามีคนอื่นจริง เขาต้องเตรียมตั้งรับมือกับคุณไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะคำถามไหนที่คุณถาม

หรือสถานการณ์ไหนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ เขาก็ต้องเซฟตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมให้ได้

และถ้าคุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นโวยวาย จุกจิก-เซ้าซี้เขาส ารพัด ด้วยคำถาม

‘หายไปไหนมาตั้งนาน’, ‘ทำอะไรอยู่’, ‘อยู่ที่ไหน กับใคร’

หรือ ‘คุณอยู่ที่ไหนมาตลอดคืน ฉันติดต่อคุณตั้งหลายครั้ง’

นั่นขอให้รู้ไว้เลยว่า คุณกำลังเข้าทางที่เขาวางไว้ และทำให้สามารถสวนกลับคุณในทันควัน

โดยเขาอาจจะขึ้นเสียง ตอบเน้นน้ำหนักให้ดูน่าเชื่อถือ

และอธิบายด้วยน้ำเสียงรำคาญ ให้คุณรู้สึกผิดที่เซ้าซี้เขามากเกินไป

ให้คุณกลับไปคิดว่าสิ่งที่คุณทำดีแล้วหรือไม่ ที่คุณใส่อารมณ์กับเขามันผิดหรือถูกกันแน่

เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดของเขายังไงล่ะ

ยังไงก็ตาม เรื่องนี้สามารถมองได้สองแง่ คือ

1. คุณอาจเซ้าซี้/ระแวงเขามากเกินไปจริงๆ กับ

2. เขากำลังใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อทำบางสิ่งที่เขาไม่ต้องการบอกคุณ

ใช้จุดอ่อนความใส่ใจของคุณพลิกเกม-โยนความผิดให้คุณซะงั้น …

มันเหมือนการทำสง คร ามจิตวิทย าอย่ างหนึ่งนะ ใช้คำพูดย้อนกลับเพื่อทำให้คุณไขว้เขว คุณรู้ใช่ไหมล่ะ ….

ที่มา คิดเป็น,heartmakes.com

แสดงความคิดเห็น