ธกส. เตรียมจะปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรสำหรับซื้อ “โดรนบังคับ” ช่วยในการทำเกษตรกรรม

โดรนบังคับ

ธกส. เตรียมจะปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรสำหรับซื้อ “โดรนบังคับ” ช่วยในการทำเกษตรกรรม

อย่างที่หลายท่านคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว สำหรับการใช้โดรนบังคับในการช่วยทำงานเกษตรกรรม โดยในเรื่องนี้ที่มีข่าวว่าทาง ธกส. จะปล่อยกู้ให้เกเษตรกรเอาไปซื้อ โดรนบังคับ ซึ่งก็มีหลายแง่คิดจากหลายคนมองทั้งในด้านบวกและด้านลบกันไป บ้างก็ว่าสะดวกสบายดีแต่ในอีกแง่มันจะเป็นการเอื้อนายทุนหรือเปล่า หรือมันเอื้อแก่ใครเป็นพิเศษไหม ไม่ใช่เกษตรกรทุกคนที่กำไรในผลิตเยอะ ราคาโดรนตัวหนึ่งไม่ใช่ถูกเลย ลำละประมาณ 500,000 บาท ซึ่งบางทีเงินตรงส่วนนี้มันเอาไปทำอย่างอื่นได้ตั้งมากมาย และบางคนก็ไม่ได้จะสันทัดและบางเกษตรกรรมก็ไม่ได้มีความจำเป็นขนาดที่จะต้องใช้โดรนบังคับราคาแพง ๆ เข้ามาช่วยขนาดนั้น

โดรนบังคับ

ปัญหาในการเกษตรจริง ๆ ไม่น่าจะเป็นที่ตัวเครื่องมือแต่บ้างก็แล้ง บ้างก็น้ำท่วม บ้างก็ขาดแคลนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โดรนแน่นอน คุณเองคิดว่าอย่างไรก็ลองแชร์กันดู ในกรณีนี้ทาง ธกส.ก็ได้ตั้งงบเอาไว้ที่ 15,000 บาท สำหรับเอาไว้ปล่อยกู้หากอนุมัติขึ้นมาใครจะกู้หรือไม่ก็ลองพิจารณากันดูนะ

โดรนที่ว่านี้จะมาช่วยในการรดน้ำ การฉีดพ่น ย า กำจัด แ ม s ง ในพืชซึ่งลดกำลังแรงของเกษตรกรลงไป แต่ว่าชาวเกษตรบางท่านก็ไม่ได้มีพื้นที่เยอะขนาดจะรดเองไม่ไหว ลองอ่านเนื้อหาข่าวดูมีดังนี้

“นายอภิรมย์สุขประเสริฐผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) เปิดเผยว่าในปี 2562 นั้น ธกส. ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการธนาคาร คุณสมบัติการผลิตให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรจำนวนมากรวม 15,000 ล้านบาทเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะมีการซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทดแทนแรงงานในการพ่น ย า กำจัด แ ม s ง หว่านเมล็ดพันธุ์ลดต้นทุนการผลิต

โดรนบังคับ

การจัดซื้อสินเชื่อเพื่อการกุศลครั้งต่อไป 3% สำหรับกลุ่มสหกรณ์และ 5% สำหรับเกษตรกรรายย่อยโดยธนาคาร กันเพราะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสูงกว่า 60 ปีจำนวน 30 ล้านบาท โดยเกษตรกรยืนยันว่าการใช้โดรนช่วยลดต้นทุนการผลิตได้จริง เพราะการใช้โดรนสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและลดเวลาในการหว่านเมล็ดพืชได้รวมถึงค่าจ้างใช้แรงงานคนที่ตกไร่ละ 500 บาท”

จากข้อความนี้ก็เห็นว่ามีเกษตรกรจำนวนมากเหมือนกันที่เห็นด้วย ส่วนมากก็จะเป็นพื้นที่ทำการเกษตรเยอะ ๆ หน่อยนอกจากลดต้นทุนในเรื่องของปุ๋ยและเวลาการหว่านลงได้แล้วก็ไม่ต้องเหนื่อยหรือหมดค่าใช้จ่ายไปกับแรงคนอีกด้วย

แผนการดำเนินงานในรอบปีบัญชี 2562 (1 เม.ย. 62 – 31 มี.ค. 63) ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 7.7 แสนล้านบาทคิดเป็นยอดคงค้างที่เพิ่มขึ้น 9.5 หมื่นล้านบาทเพื่อเป็นเงินทุนใน ทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน 3 กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 13,000 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าทั่วไปรวมถึงทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่จำนวน 44,000 ล้านบาทและกลุ่มผู้มีส่วนร่วมด้านการเกษตรส่วนที่เหลือเงินฝากเพิ่มขึ้น 60,000 ล้านบาทจากการออกสลากออมทรัพย์เงินฝากและสวัสดิการกองทุนทวีสุขและคาดหวังผลกำไร 8,719 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน 1 พันล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกร 2.9 ล้านราย

โดรนบังคับ

“ด้านนายกสมาคมเครือข่ายชาวนา ชี้โดรนบังคับเพื่อการเกษตรยังไม่เหมาะกับรายย่อย เอื้อกลุ่มนายทุน แนะให้ความรู้นาแปลงใหญ่ นายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เตรียมวงเงินสินเชื่อการซื้ออากาศยานไร้คนขับ(โดรน) และเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท

ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการลดต้นทุนผลิต ทดแทนแรงงานได้ แต่หากเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อโดรน 1 ลำ อยู่ที่ 500,000 บาทนั้น เป็นราคาที่สูงมากและในสถานการณ์ปัจจุบันของภาคการเกษตรที่ยังไม่ได้มีการจัดระบบ ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนาแปลงใหญ่ถือว่ายังไม่มีความจำเป็นสำหรับรายย่อย

โดรนบังคับ

ดังนั้นการที่จะนำโดรนมาใช้ในภาคการเกษตรต้องเป็นนาแปลงใหญ่ มีพื้นที่หลายร้อยไร่ หรือเป็นกลุ่มของนายทุนเท่านั้น และจำเป็นต้องมีการวางแผนให้รัดกุมก่อนการใช้งาน เพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเข้าใจในความปรารถนาดีของ ธกส. ที่จัดสรรเงินออกสินเชื่อช่วยเกษตรกร ดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่อยากให้มีการส่งเสริมความรู้และคำนึงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ขณะที่สถานการณ์การเมืองไทย พรรคการเมืองที่กำลังรวมกลุ่มจัดตั้งรัฐบาลนั้น ในฐานะของเกษตรกรยังคาดหวังให้ผู้นำประเทศเข้ามาช่วยเหลือความเป็นอยู่ให้เกษตรกรไทยดีขึ้น”

โดรนบังคับ

สำหรับเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรเราก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป แต่ถ้ามองในมุมของเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเหลือด้านเกษตรกรรมมันก็ช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะการทำเกษตรยุคใหม่แต่พื้นที่เยอะ ๆ นั้นการใช้โดรนเข้ามาช่วยก็ผ่อนแรงลดค่าใช้จ่ายลงไป แต่ปัญหามันก็อาจจะอยู่ที่ราคาโดรนเองที่แสนแพงสักหน่อย ในอนาคตหากมีเกษตรกรยุคใหม่เยอะขึ้น การทำเกษตรก็อาจจะมีระบบอะไรที่เป็นเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำกว่านี้เข้ามาเอื้ออำนวยได้มากขึ้น สำหรับเรื่องโดรนตอนนี้หลายคนก็คิดแตกต่างกันออกไป แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : siamtodaynews

แสดงความคิดเห็น