“กล้วย” สุก ดิบ ห่าม กินได้หมด แต่ได้ประโยชน์ต่างกัน

196
กล้วย

“กล้วย” สุก ดิบ ห่าม กินได้หมด แต่ได้ประโยชน์ต่างกัน

กล้วย คือ ผลไม้ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่โบราณ เรากินกล้วยกันตั้งแต่เด็กหลังจากหย่านมจากแม่
ก็จะได้กินกล้วยนี่แหละ โดยเฉพาะ กล้วยน้ำว้า ซึ่งในกล้วยน้ำว้า มีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 10 ชนิด เช่น โปรตีน วิตามินเอ , วิตามินบี 6 , วิตามินบี 12 , วินตามินซี , ธาตุเหล็ก , ธาตุโพแทสเซียม เป็นต้น และกล้วยน้ำว้า ยังมีน้ำตาลจากธรรมชาติ ถึง 3 ชนิด คือ ซูโครส , กลูโคส และฟรุคโทส

กล้วย

การเลือกกินกล้วยน้ำว้าให้ถูกวิธี ตามลักษณะของกล้วยมีดังต่อไปนี้

สีเขียวเข้ม (กล้วยดิบ) เป็นกล้วยที่เปลือกสีเขียวค่อยข้างเข้มหรือกล้วยดิบนั้นเอง มีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ เพราะในกล้วยมีสารที่ให้ความฝาด เรียกว่า แทนนิน (Tannin) เป็นกรดอ่อน ๆ แต่จะนำกล้วยดิบมากินทันทีไม่ได้ต้องนำไปบดแล้ว ค่อยนำมากินได้

กล้วย

สีเขียวอ่อน (กล้วยห่าม) ที่เรียกว่ากึ่งสุกกึ่งดิบ เปลือกมีสีเขียวอมเหลือง สามารถนำมากินได้ทันที ซึ่งในกล้วยห่ามจะมีโพแทสเซียมสูง มีสรรพคุณแก้โรคท้องเสียได้เป็นอย่างดี ช่วยในการขับถ่ายและเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย

กล้วย

สีเหลืองนวล (กล้วยสุก) เปลือกสีเหลืองสดพร้อมกินได้ มีสารเพ็กดิน (Pectin) ช่วยเพิ่มกากอาหารหรือพรีไบโอติก (Prebiotic) สามารถขับถ่ายได้ดี เป็นยาระบายอ่อน ๆ

กล้วย

สีเหลืองเข้ม (กล้วยงอม) เปลือกสีเหลืองเข้มคล้ำ ๆ เนื้อกล้วยจะค่อนข้างเละ คนไม่ชอบกินแต่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสาร Tumor Necrosis Factor (TNF) ยิ่งมีจุดดำมากเท่าไหร่ยิ่งดี และยังสามารถเสริมภูมิคุ้มกันโรคหวัดได้อีกด้วย

กล้วย

เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของกล้วยแล้ว ให้ลองเลือกกินตามแบบที่ร่างกายเราต้องการ แล้วโอกาสหน้าจะเอาประโยชน์ของผลไม้ชนิดต่างๆมาฝากอีกนะ

แสดงความคิดเห็น