บางปัญหา! มองด้วยมุมเดิมมักไม่เห็น ขอเพียงเปลี่ยนมุมมองเท่านั้น..ก็แก้ปัญหาได้

51
ปรัชญาลดลมยาง

บางปัญหามองด้วยมุมเดิมมักไม่เห็น ขอเพียงเปลี่ยนมุมมองเท่านั้น..ก็แก้ปัญหาได้

รถบรรทุกสินค้าคันหนึ่งแล่นเข้าใต้สะพานแห่งหนึ่ง

แต่ลอดผ่านไปไม่ได้ เนื่องจากรถบรรทุกสูงกว่าท้องสะพานเล็กน้อย

แม้ความต่างจะมีเพียงเล็กน้อยไม่ถึงนิ้ว

แต่คนขับก็จำต้องหยุดรถ

และเตรียมถอยกลับไปหาเส้นทางอื่น

ปรัชญาลดลมยาง

แต่ก่อนที่เขาจะทำเช่นนั้น

มีใครคนหนึ่งก็เสนอความคิดว่า…

ไม่จำเป็นต้องถอยกลับ

เขายังสามารถขับรถลอดสะพานได้

…เพียงแค่ปล่อยลมยางออกไปส่วนหนึ่ง

ล้อรถจะแบนลงกว่าเดิมสักนิ้ว

รถก็ต่ำพอลอดใต้สะพานนั้นไปได้

บางปัญหาเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา

มีทางแก้อยู่ตำตานี่เอง มองด้วยมุมเดิมมักไม่เห็น

ขอเพียงเปลี่ยนมุมมองเล็กน้อยเท่านั้น

ก็แก้ปัญหาที่ดูเหมือนสวนทางกับตรรกะได้ลุล่วงอย่างไม่น่าเชื่อ

ในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ

เราควรแยกให้ออกว่า

ปัญหาอยู่ที่ ‘รถ’ หรืออยู่ที่ ‘สะพาน’ แล้วแก้ตรงจุดนั้น

สะพานปรับไม่ได้ แต่รถปรับระดับได้

ดังนั้นหากมองแต่ ‘สะพาน’ ก็อาจไม่เห็นทางออก

คนส่วนมากมักมองว่า ปัญหาอยู่ที่คนอื่น

ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ บางครั้งไม่ใช่เพราะอคติ

แต่เพราะมองสถานการณ์แค่ที่จุดจุดเดียว

ปรัชญาลดลมยาง

 ‘ปรัชญาลดลมยาง’ ยังสอนเราว่า…

การอ่อนน้อมถ่อมตน หรือ ยอมเขาก่อน

อาจช่วยแก้ไขหลายปัญหาได้

หากไม่ยอมปล่อยลมยางออกไปบ้าง

แข็งขืนดื้อดึงดันทุรังอย่างเดียว

ปัญหาก็อาจยังคงเป็นปัญหา

ปรัชญา ‘ลดลมยาง’ ก็คือ..

หลักทางสายกลางของพุทธนั่นเอง

ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป

เป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด

บางครั้งเราก็ควรทำตัวเป็น ‘สะพาน’ บางครั้งเป็น ‘ยางรถ’

บางเรื่องในชีวิตเราต้องเป็นสะพาน แข็งแกร่ง

ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครหรืออะไร

เช่นยืนหยัดหลักการความถูกต้อง ความยุติธรรม

แต่ในบางเรื่องเราอาจต้องยอมเป็นยางรถยนต์

ยอมลดความแข็งลง ยอมเขาก่อน

แล้วสถานการณ์ก็อาจดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ชีวิตมีทั้งการใช้ไม้แข็งและไม้อ่อน

ไม่แข็งเสมอไป ไม่อ่อนตลอดเวลา

สถานการณ์การเมืองหลายเรื่องของเรา

เป็นการเผชิญหน้าที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

ผลก็คือการปะทะชนกัน ต่อให้ชนะก็เสียหายเช่นกัน

โดยมากเป็นความเสียหายต่อส่วนรวม

ดังที่คนโบราณเปรียบว่า เมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ

ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าคนเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง

ปรัชญาลดลมยาง

ก็ต้องรู้จักเป็น ‘สะพาน’ และ ‘ยางรถ’

ในโอกาสและสถานการณ์ที่พอเหมาะ

เจ้านายที่แข็งตลอดเวลายากที่จะรักษาลูกน้องดี ๆ ไว้

แต่ถ้าอ่อนปวกเปียก องค์กรก็ล้มได้…ทางสายกลาง!

….

ปรัชญา ‘สะพาน-ยางรถ’ สามารถใช้ได้ดีในเรื่องความรักเช่นกัน

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตัวเป็น ‘สะพาน’ อย่างเดียว

ไม่ยอมเป็น ‘ยางรถ’ บ้าง ชีวิตคู่ก็ล่มได้

ธอมัส เมอร์ตัน นักคิด-นักเขียน-นักปราชญ์ชาวอเมริกัน

ผู้เขียนหนังสือเรื่อง มนุษย์ที่แท้ เขียนว่า…

“การเริ่มต้นของความรักคือ

การยอมให้คนที่เรารักเป็นตัวของพวกเขาเองโดยสมบูรณ์

ไม่ปรับแปลงพวกเขาให้เข้ากับภาพของเรา

มิฉะนั้นเราก็รักเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่เราพบในพวกเขา”

อย่าพยายามเปลี่ยนคนที่เรารักให้เหมือนเรา

แต่หาทางอยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

เปรียบเหมือนสายน้ำที่เมื่อไหลเจอภูผา

ก็รู้จักอ่อนตัวลง เมื่อเจอเศษดินเศษทราย

ก็ไหลเชี่ยวกรากเพื่อชะล้างเศษซากออกไป

เพราะชีวิตสั้นนิดเดียว อย่าผ่านไปอย่างสุดโต่ง ไม่สนุกหรอก

และเพราะชีวิตก็เหมือนการขับรถ

ช้าหรือเร็วก็ต้อง ‘ลอดใต้สะพาน’ ที่เตี้ยกว่ารถของเรา

….

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน, วินทร์ เลียววาริณ

แสดงความคิดเห็น