ดูแลที่ดินว่างเปล่า ก่อนถูกคนอื่นครอบครองโดยไม่รู้ตัว

8483
ดูแลที่ดินว่างเปล่า

ดูแลที่ดินว่างเปล่า ก่อนถูกคนอื่นครอบครองโดยไม่รู้ตัว

ที่ดิน ถือเป็นสมบัติอันมีค่าต่อผู้คนมากมายที่ต้องการอยากจะมีที่ดินและพื้นที่ไว้ครอบครอง ในการทำมาหากินและเป็นที่อยู่อาศัย เช่น สร้างบ้านพัก ปลูกพืชผักสวนครัว และอื่นๆ ที่ใครๆก็อยากจะมีไว้เป็นของตัวเอง บางคนมีที่ดินหลายแห่ง แต่กับไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรกับพื้นที่ส่วนนั้น และมักจะปล่อยทิ้ง รกร้างไว้ ไม่ได้เข้าไปจัดการดูแลให้ที่ดินมีความสะอาดเรียบร้อย น่าอยู่ และไม่รกร้าง นานวันเข้าเจ้าของที่ดินไม่ได้สนใจและดูแล จนกระทั่งมีผู้อื่นเข้ามาสร้างที่พักพิง อยู่อาศัยถาวร ทำให้เขานั้นครอบครองที่ดินนั้นไปโดยปริยาย

แต่หากมีคนมาใช้ที่ดินของเรา ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ครอบครองสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินที่มีโฉนด หรือเป็นผู้ครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม โดยเราไม่เข้าไปจัดการดูแลในพื้นที่ดินของเรา มันอาจจะกลายเป็นการครอบครองปรปักษ์ที่ดิน ของผู้ที่มาใช้ที่ดินของเราโดยสิ้นเชิงก็เป็นได้

ดูแลที่ดินว่างเปล่า

การครอบครองปรปักษ์ หมายถึง เสียสิทธิในทรัพย์สินของตนเอง โดยการถูกผู้อื่นหรือบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของตนไว้โดยสงบ โดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ตามกฎหมายแพ่งและ พ า ณิ ช ย์ ระบุไว้ว่าบุคคลใด ครอบครองทรัพย์สินของบุคคลอื่นไว้โดยสงบ

และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปี บุคคลนั้นได้ก ร ร มสิทธิ์ เสียสิทธิในทรัพย์สินของตนโดยการถูกผู้อื่นแย่งการครอบครองหรือ ในทางกฎหมายเรียกว่า อายุความได้สิทธิ เป็นการที่บุคคลอื่นจะได้สิทธิ์ หรือ ก ร ร มสิทธิ์ในทรัพย์สินของเราโดยการครอบครอง

ดูแลที่ดินว่างเปล่า

ดังนั้น ทางแฟนเพจสายตรงกฎ ห ม า ย สำหรับเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์อะไรปล่อยทิ้งไว้นานๆหลายปี ทางเราจึงได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลที่ดินเพื่อให้คุณได้เข้ามาอ่านเป็นกรณีศึกษาต่อไป ให้ระวังไว้อาจจะ เสียสิทธิ์ ในการครอบครอง และควรจะทำตามคำแนะนำทั้ง 9 ข้อนี้ เพื่อเลี่ยงการถูกครอบครองในที่ดินของตนเองนะคะ

วิธีที่เจ้าของที่ดินควรทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกครอบครอง

1 หมั่นตรวจสอบดูแลพื้นที่ของตนและไปดูที่ดินเป็นประจำ อย่างน้อยสุดปีละ 1 ครั้ง

2 หากไปดูที่ดินของตนเอง และมีชาวบ้านอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่ดินของตน ให้เข้าไปสอบถามคนแถวนั้น ว่ามีใครมาใช้ที่ดินของเราบ้างหรือเปล่า เพื่อสิทธิของตนเอง

3 ตรวจหลักหมุดในพื้นที่ของตนเองทุกครั้ง ว่ายังอยู่ที่เดิมหรือไม่ มีการชำรุด การเคลื่อนย้าย หายไปหรือไม่เพื่อความปลอดภัยและก ร ร ม สิ ท ธ์ของตน

ดูแลที่ดินว่างเปล่า

4 ในกรณีที่หลักหมุดหาย ควรไปแจ้งความกับตำรวจให้รับทราบ เพื่อขอดำเนินคดีไว้ หากไม่แจ้งอาจทำให้เสียก ร ร ม สิทธิ์ในที่ดินของตนเอง(ไม่ใช่การแจ้งเป็นหลักฐาน หรือแจ้งขอลงบันทึกประจำวัน) เพราะการทำลายหลักหมุดเป็นความผิดทางอาญา หลังจากนั้น ให้ไปแจ้งที่ดินเพื่อดำเนินการต่อให้เรียบร้อย

5 ควรรังวัดที่ดินอย่างน้อยทุก 5 ปี และตรวจสอบเป็นประจำในที่ดินของตนเอง หรือเมื่อพบความผิดปกติของเนื้อที่ที่เรามีให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมารางวัดตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะที่ดินของเราอาจมีการเพิ่มหรือลดได้ โดยเฉพาะที่ดินริมตลิ่งหรือริมแม่น้ำ

6 หากมีผู้อื่นมาอาศัยอยู่ที่ดินของเรา ให้ทำการพูดคุยกันและตกลงกันให้เข้าใจว่า เขากำลังอยู่บนพื้นที่ดินของเรา จะให้เขาเช่าหรือจะซื้อ หรือจะอย่างไรก็ตาม ก็ควรตกลงกันให้รู้เรื่องเพื่อไม่ให้เกิดมีปัญหากัน หากเขาไม่เข้าใจให้นำโฉนดหรือเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้เขาเกิดความเข้าใจในที่ดินของเรา จะได้ไม่มีปัญหาต่อไปในภายภาคหน้า

7 ที่ดินเราควรล้อมรั้วกั้นไว้เพื่อกำหนดขอบเขตแดนที่ดินของเราให้แน่นอน และเป็นสัญลักษณ์ชัดเจนว่าที่ของเราตรงนี้มีเจ้าของที่ดินแล้ว

8 ควรแสดงป้ายให้ชัดเจนและเข้าใจตรงนี้ว่า ที่ดินนี้มีเจ้าของ คนอื่นจะได้รู้ว่าไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ

9 สังเกตว่า มีร่องรอยทางเดินผ่านของผู้คนมากมายหรือทางรถวิ่งผ่านประจำจนเกิดความเสียหายต่อที่ดินของเราหรือไม่ เพราะฉะนั้นอาจจะโดนใช้เป็นทางผ่านประจำก็ได้ เราควรจะสังเกตเป็นประจำทุกวันยิ่งดีเพื่อสิทธิ์ของเราและผลประโยชน์ของตนเอง

เรียบเรียงโดย Naykhaotom

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เ พ จสายต ร งก ฎ ห ม าย

แสดงความคิดเห็น