สิ่งสำคัญในรถ 13 อย่าง ควรเช็คก่อนออกเดินทาง ส่วนใหญ่มองข้ามกัน

20830
ควรเช็คก่อนออกเดินทาง

สิ่งสำคัญในรถ 13 อย่าง ควรเช็คก่อนออกเดินทาง ส่วนใหญ่มองข้ามกัน

เวลาจะออกเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกลรถจำเป็นจะต้องเช็คสภาพทั่วไปก่อนทุกครั้ง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอะไรมันเสียตรงไหนหรือเปล่า แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะต้องเช็คแบบละเอียดแบบอู่หรือศูนย์รถก็ได้ มันไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเพราะถ้าเป็นอะไรขึ้นมามันได้ไม่คุ้มเสียจริง ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำ 13 จุด ควรเช็คก่อนออกเดินทาง มีอะไรบ้างมาติดตามกันเลย

1 ยางรถยนต์

ลองเดินวนรอบดูเลยว่าภายนอกของยางรถยนต์ยังปกติไหม มีส่วนไหนบวมปูด ดอกยางยังหนาพอที่จะวิ่งใช้งานได้หรือไม่ ซึ่งควรจะเหลือไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร รวมถึงดูว่ามี ร อ ยฉี ก รอยกรีดอะไรตรงไหนไหม รวมถึงลมยาง ความดันลม น็อตล้อทุกตัวยังแน่นปกติดีไหม ให้แน่นพอดีอย่าแน่นมากไป

2 ที่ปัดน้ำฝน

ซึ่งควรจะต้องเปลี่ยนเมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว ส่วนมากเฉลี่ยอยู่ที่ 2 ปี แต่ถ้าอากาศร้อนมาก ๆ จะยิ่งทำให้ เ สื่ อ ม สภาพเร็ว ลองฉีดน้ำ ย า ออกมาแล้วปัดน้ำฝนล้างกระจกดูว่ายังเช็ดสะอาดเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าใช้ไม่ดีแล้วก็ควรจะต้องเปลี่ยน ราคาไม่แพงเลยหลักร้อยเท่านั้นเอง

3 ระบบเบรก

รถรุ่นใหม่จะเป็นเบรกระบบ ABS เป็นมาตรฐานซึ่งจะช่วยไม่ให้ล้อล็อคตอนเหยียบเบรกแบบเต็มแรง ทำให้ยังควบคุมรถได้ในทิศทางต่าง ๆ วิธีเช็คก็ตอนถนนโล่ง ๆ ขับสัก 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วลองเหยียบเบรกแบบเต็มแรงลองดู หากมีแรงสะท้านที่แป้นเบรกถี่ ๆ คือ ยังใช้งานได้ดีปกติ แต่ถ้าได้ยินเสียงยางบดถนนดังเอี้ยดยาว ๆ ก็แปลว่าระบบ ABS กำลังมีปัญหารีบเข้าศูนย์เพื่อทำการแก้ไข

4 เระบบไฟ

สำคัญมากไฟส่องสว่างไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนก็จำเป็นจะต้องเช็คให้ปกติเสมอ ทำการตรวจดูว่าไฟรถทุกจุดยังออกปกติดีหรือไม่ รวมถึงไฟตัดหมอกด้วย โดยเฉพาะคนที่เดินทางกลางคืนหากไฟเสียขึ้นมา อั น ต ร าย มาก ๆ ทั้งต่อตัวเองและรถคันอื่นที่ร่วมถนน เสี่ยงที่จะเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ ได้

5 ระบบปรับอากาศของรถ

อย่าลืมว่าเ มื อ ง ไ ท ย เป็นเมื อ ง ร้ อ น ขาดแอร์ไปคงจะกลายเป็นอยู่ในเตาอบขณะขับรถแน่ ๆ ระบบปรับอากาศควรดูแลสม่ำเสมอ ดูว่ายังมีลมออกมาดีไหม มีกลิ่นไหม และควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุก ๆ 1 หมื่นกิโลเมตรจะทำให้อากาศในรถสดชื่นปกติ

6 อะไหล่สำรอง

ในยามเกิด เ ห ตุ ฉุ ก เ ฉิ น อะไหล่สำรองจะเป็น ฮี โ ร่ ขึ้นมาทันที ดูว่าในรถมียางอะไหล่สภาพดีพร้อมไหม แ ม่ รอง ด้านขันต่าง ๆ มีครบและสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

7 ระบบน้ำ

รถยนต์ก็มีระบบน้ำให้เช็คด้วยว่าระบบน้ำหล่อเย็นยังโอเคไหม มีระบบน้ำอยู่ในระดับไหนควรจะอยู่สูงสุด หม้อน้ำรถควรอยู่ด้านหน้า ในหม้อน้ำไม่ควรจะมีอะไรลงไปน้ำจากน้ำ ไม่มีเศษอะไรตกลงในนั้น ตรวจให้แน่ใจถ้ามีให้เอาออก และดูว่าท่อยางยังปกติไหม มีรอยปริ รอยแตกหรือไม่ รวมถึงแน่นหนาพร้อมใช้งานหรือไม่

8 แบตเตอรี่และระบบสายไฟในรถ

แบตเตอรี่นั้นสำคัญเช่นกันดูว่าเติมน้ำกลั่นหรือยัง ระดับน้ำกลั่นอยู่ในระดับที่กำหนดไหม เปลือกของแบตเตอรี่เสียหายหรือไม่ ต่อมาก็สวยไฟต่าง ๆ ขั้วต่อตามแต่ละจุดอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่

9 สายเข็มขัด นิ ร ภั ย

ทุกครั้งที่ขับรถ นั่งรถจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอเพื่อความ ป ล อ ด ภั ยใน ชี วิ ต ดูว่ายังล็อคดีไหมโดยการดึงเร็ว ๆ สักครั้ง แล้วตรวจดูว่าสายมีรอยฉีกขาดหรือไม่

10 แตรรถ

บีบดูว่ามันเสียงดังไหม ก่อนจะออกจากบ้านเลยสตาร์สรถแล้วก็ลองบีบดูเลย

11 น้ำมันเครื่อง

ลองดึงก้านเช็คน้ำมันเครื่องตอนดับเครื่องเพื่อดูระบบน้ำมัน ไม่ควรอยู่ต่ำกว่าก้านที่ระบุเอาไว้ ถ้าต่ำก็ควรเติมน้ำมันให้เรียบร้อย และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุก ๆ 10,000 กิโล จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานปกติ

12 น้ำมันเบรก

น้ำมันเบรกจะช่วยทำให้เบรกทำงานดี ระบบหล่อลื่นปกติ พอเราใช้ไปเรื่อย ๆ มีการเสียดสีตลอดระบบเบรก ลู ก สู บ ลู ก ยาง ลู ก ปั๊มเบรก น้ำมันเบรกถ้ามันไม่พอจะทำให้สึกหรอได้ จนถึงขั้นเบรกเสียใช้งานไม่ได้ถ้าขับรถก็เบรกแตก อั น ต ร า ย ถึ ง ชี วิ ตเลยทีเดียว ระบบน้ำมันเบรกไม่ควรต่ำกว่าที่กำหนด อย่าลืมตรวจสอบให้ดี

13 ควรมีเบอร์ ฉุ ก เ ฉิ น ติดเครื่องไว้ด้วย

ในยามเ กิ ด เ ห ตุ อย่างน้อยกดโทรหาใครสักคน หน่วยงานอะไรสักที่ที่สามารถช่วยเหลือเราได้ในยามคั บ ขั น

สำหรับคนที่ใช้งานรถบ่อย ๆ จะต้องเช็คให้ดีทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อความปลอดภัยของตัวคนในรถและตัวรถด้วย รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ อ่านจบแล้วรีบไปเช็ครถตัวเองกันเลย

เรียบเรียงโดย naykhaotom

แสดงความคิดเห็น