ครอบครัวของแฟนสาวหัวเราะเยาะ ที่พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ “ห่อใส่ถุงกลับบ้าน” เมื่อรู้ความจริง พวกเขาถึงกับหน้าซีด

209
พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

ครอบครัวของแฟนสาวหัวเราะเยาะ ที่พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ “ห่อใส่ถุงกลับบ้าน” เมื่อรู้ความจริง พวกเขาถึงกับหน้าซีด

เรื่องราวในวันนี้อยากให้ทุกคนอ่าน เรื่องราวที่แฝงข้อคิดดีดี จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรนั้น ไปติดตามพร้อมกันเลยดีกว่า

เรื่องราวทีอยู่ว่า.. แม่ของจางซีเสียไปตั้งแต่จางซียังเล็กๆ พ่อจึงทำงานหนักเลี้ยงดูเขามาจนโตเพียงลำพัง จางซีเห็นดังนั้น ก็คิดไว้ในใจมาตลอดว่า เขาจะต้องกตัญญูต่อพ่อให้มาก

พ่อของเขาเป็นคนประหยัด เพราะรู้ว่าการใช้ชีวิตไม่ง่าย ทุกครั้งที่ไปกินอาหารข้างนอกแล้วกินไม่หมดจะต้องห่อกลับบ้านเป็นประจำ พ่อยังสอนจางซีว่า.. ลูกเอ๊ยจำไว้นะว่าอย่ากินทิ้งกินขว้าง ไม่อย่างนั้นวันนึงลูกจะโดนทำโทษให้ไม่มีอะไรกินเลย จางซีเองก็จำไว้จนขึ้นใจตั้งแต่เด็กๆ

พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

เวลาผ่านไปเร็วมากจางซีก็อายุ 27 แล้ว เขาเรียนจบมหาวิทยาลัย และกำลังคบหากับแฟนสาวสวย อาจจะเพราะตัวจางซีเองก็ได้รับอิทธิพลจากผู้เป็นพ่อ เขาเป็นคนแต่งตัวธรรมดา บนร่างกายไม่มีของแบรนด์เนมใดๆ ดูเหมือนคนบ้านนอกธรรมดาๆ คนนึง ทุกครั้งเวลามีคนพูดเรื่องนี้เขาก็จะยิ้มๆ ให้ ไม่เอามาใส่ใจ พริบตาเดียวจางซีกับแฟนสาวก็คบกันมาได้ 4 ปีแล้ว ทั้งสองคิดว่าถึงเวลาที่ควรคุยเรื่องแต่งงานเสียที

พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

แต่ดูเหมือนว่าครอบครัวของผู้หญิงจะดูถูกจางซี คิดว่าเขาเป็นคนบ้านนอกที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวตน ปกติเวลาเจอหน้ากัน แม่ของแฟนก็แทบไม่เห็นเขาในสายตา แต่ครั้งนี้เป็นครอบครัวของแฟนจางซีเองที่บอกว่าอยากเจอพ่อของเขาเองทำให้จางซีดีใจมาก

เขารีบไปบอกพ่อว่า “พ่อครับ บ่ายนี้พ่อว่างมั้ย แม่ของแฟนผมอยากเจอพ่อ เพื่อคุยเรื่องแต่งงานของเรา นัดเจอกันที่โรงแรม Meikailong”

เนื่องจากโรงแรมอยู่ใกล้บ้านของแฟนสาวมากกว่า จางซีกับพ่อจึงไปถึงทีหลัง พอเข้าไปในห้องก็เห็นว่าห้องใหญ่เกินไป เห็นครอบครัวแฟนสาวแต่งตัวมาอย่างดี ดูก็รู้ว่า เป็นคนมีเงิน แต่พอเห็นพ่อของจางซีใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสำหรับออกกำลังกายคลุมมาง่ายๆ ดูก็รู้ว่าไม่มียี่ห้อ

พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

พอบ้านแฟนจางซีเห็นก็มองด้วยสายตาดูถูก ทำให้จางซีรู้สึกกระอักกระอ่วน หน้าก็เลยแดงขึ้นมา พ่อของเขานั่งยังไม่ทันจะนั่งดี แม่ของแฟนก็พูดว่า “จะแต่งงานกันก็ได้ แต่ต้องซื้อบ้านขนาด 200 ตารางเมตรในเมืองหนึ่งหลัง และสินสอด 5 แสน” โดยไม่ต้องคิด พ่อของจางซีก็ตอบตกลง ทำให้ครอบครัวของแฟนสาวเขาประหลาดใจมากคิดว่าพ่อของจางซีโม้

จากนั้นพ่อของเขาก็พูดต่อว่า  “จางซีเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก เรื่องงานแต่งงานผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องรบกวนบ้านคุณแล้ว” แม่ของแฟนตอบว่า “ไม่มีปัญหาอะไร ยังไงก็เป็นงานแต่งของลูกสาวฉัน แล้วพวกเราจะไปดูบ้านกันเมื่อไหร่ดี?”

พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

พ่อของจางซีตอบว่า  “เมื่อไหร่ก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้” 

“งั้นโอเค ต้องขอโทษด้วยนะคะ เผอิญที่บ้านมีธุระต้องไปก่อน มื้อนี้ให้ฉันเลี้ยงก็แล้วกัน น่าจะหลายพันอยู่” แม่ของแฟนพูดต่อ

พ่อของจางซีเห็นอาหารเหลือเต็มโต๊ะ เขาเองก็ไม่มีอารมณ์จะกิน ก็เลยเรียกพนักงานเสิร์ฟเข้ามา “เอาอาหารใส่ถุงให้ด้วย” ต่อหน้าครอบครัวของแฟนจางซี

พ่อบอกให้เอาอาหารที่เหลือ ห่อใส่ถุงกลับบ้าน

ตอนนั้นเองที่พวกเขามองด้วยสายตาดูถูก แล้วแม่ของเธอก็พูดว่า.. “ไม่มีเงินก็คือไม่มีเงิน จะมาเสแสร้งว่ารวยทำไม พูดมาตั้งนานก็คงโม้ทั้งนั้น” พูดจบก็สะบัดหน้าจะเดินออกไป ตอนนั้นเองที่ประตูเปิดออก ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามา  “ท่านประธานทำไมจะมาไม่บอกผมสักคำ”

พ่อของจางซี “วันนี้นัดกันมาคุยเรื่องส่วนตัวน่ะ ไม่อยากรบกวนเธอ ไปก่อนนะ” แล้วพ่อของจางซีก็เดินออกมาจากโรงแรมโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ได้แต่บอกจางซีว่า.. “รีบๆ เลิกกับแฟนคนนี้เลย ครอบครัวนี้เป็นคนแบบไหนกัน คนแบบนี้ใช้ไม่ได้ รวมถึงแฟนแกด้วย”

พ่อจางซีเล่าว่า ตอนพ่อจางซีเล็กๆ มีอยู่ครั้งนึงเขาหิวมาก แล้วก็ได้ข้าวจากขอทานช่วยประทังชีวิต เขาถึงได้รอดมาได้ พอถึงวันนี้แม้ว่าจะร่ำรวยก็ยังเป็นคนประหยัด!!

แหล่งที่มา: penkrasae.com, item2day

แสดงความคิดเห็น